ผมซื้อหูฟังนี้วันที่ 29 กันยายน 2556 จากร้านมั่นคงแก๊ตเจ้ต สาขา ดิจิตอลเกตเวย์ (สยาม) 

 

 ครั้งแรกที่สไลด์กล่องดู ยังไม่ได้แกะมาฟัง ก็พบกับ package การจัดวางที่สวยงามชวนดู มีค่า สมราคา แม้ว่าราคาจริงก่อนลด จะแพงมากๆ สำหรับหูฟังแบบ earbud (ถ้าลองหาดู น่าจะแพงที่สุดในตลาดแล้ว)

 

แต่จากที่อ่านจาก review ทำให้ผมตัดสินใจซื้อ เพราะเป็นคนที่ฟังเพลงแนวเสียงแหลมใส สว่าง เคลียร์ๆ และชอบ YUIN PK2 มากๆ และยังคิดสนใจจะซื้อ YUIN PK1 ที่เป็นตัวท็อป ของ YUIN ด้วย แต่ติดที่ว่า หูฟังที่ดีสุดของ YUIN นั้น ต้องการแอมป์ขับให้เสียงออก ซึ่งดูจะไม่สะดวกและผิดวิสัย คนเอาหูฟังไปฟังตอนเดินทางบนรถไฟฟ้า หรือปั่นจักรยาน ถ้าต้องพกทั้งตัวเครื่องเล่นและแอมป์จิ๋วด้วย มันเกะกะไป ในวิจารณ์บอกว่า ตัวไดรฟเวอร์ขับเสียงของ OMX 980 นั้น ใช้รุ่นเดียวกับ MX 980 แถมหลังลดราคา OMX 980 ที่เคยแพงถึงเกือบ 9000 จะเหลือมาถูกกว่าตัว MX 980 อีกด้วย (ปัจจุบัน ตอนนี้มีรุ่น MX 985 ออกมาแล้ว มีคนเปรียบเทียบเสียงแล้ว และพบว่า บางอย่างดีขึ้นจริง แต่บางอย่าง MX 980 ทำเสียงได้ดีกว่า MX 985 เสียอีก)

 

 

เมื่อแกะกล่องออกมา สิ่งที่เซ็งคือ สายครับ

สายของ OMX 980 ค่อนข้างแข็ง และการ pack ในกล่อง ทำให้สายโดนทำให้บิดตามมุมตามข้อต่างๆ ของกล่อง ผลที่ตามมาคือ มันก็เป็นรอยงอแบบนั้นไปน่ะสิ โอเค รูปกายภายนอก เราต้องทำใจ เพราะการ pack ครับ ไม่ใช่เพราะคุณภาพของ (หลอกตัวเอง)

 

ดังนั้น first impression ผมให้แค่ 7/10

ส่วนถัดมา เรื่องของการสวมใส่ โอเค ห่วงรูปวงพระจันทร์ ที่คล้องเกี่ยวหูนั้น เบามาก ทำออกมาได้พอดีกับหู แต่ด้วยตัวลำโพงหูที่ค่อนข้างใหญ่ ทำให้เวลาสอดลงรูหู มีผลให้เกิดอาการ เจ็บหู ได้ไม่ยาก และไม่นานหลังสวม แม้จะพยายามจัดท่าจัดทางให้ดี แต่สุดท้ายก็ไม่อยู่สบายหูทนทานนานหลายชั่วโมงแบบที่ YUIN PK2 ที่ใช้มาก่อนให้ได้ 

ดังนั้น comfortable for ears ผมให้แค่ 6/10

 

 

ส่วนถัดมา วัสดุที่ใช้ในการผลิต ตัว OMX 980 ดูหรูหรา และมีสไตร์ล จริงจังครับ แต่จั่วหัวกล่องว่า metal นั้น จริงๆ มันไม่ใช่ metal ทั้งหมดนะ มันเป็น metal ที่ตรงหูฟัง ส่วนตัวปรับเสียงดังเบา + - และตัวแยกสาย ซ้าย ขาว ทำจาก พลาสติก ทาสีเงิน ครับจริงๆเรื่องนี้ไม่ได้มีผลอะไรมาก ผมว่าเป็นหูฟังที่สวย เรียบง่าย ใส่แล้วดูดีนะครับ อีกย่าง ตัวแจ๊คเสียบรูเครื่องเล่นนั้น สามารถพับได้ 90% และพับแล้วดูดีมากๆเสียด้วยครับ

ดังนั้น stylish ผมให้ 9/10

 

 

ส่วนต่อมา ขอพูดเรื่องเสียงครับ

อันนี้หลายคงคงสนใจ ว่าเสียงของหูฟังราคาสูงตัวนี้ คุ้มค่า สมราคาหรือไม่ผมทดสอบด้วย iPod Nano 5th Gen ตัวเก่งของผม ที่พกพาไปด้วย แนวที่ฟัง หลากหลาย ทั้ง jazz, indie, progressive rock, easy listening รวมถึงเพลงบันทึกเสียงเทพๆแนว audiophile ผลการทดสอบมีดังนี้ครับ

เสียงแหลม 10/10

ให้เสียงแหลมจัดจ้านมาก สว่างสดใสมาก เก็บรายละเอียดได้ลึก กระจายยิบย่อย สลายไปกับโมเลกุลแห่งความแหลมคมอย่างดีเยี่ยม ที่สำคัญแหลมแต่ไม่กรีดหู ผมฟังเทียบกับ Bose Tripod ที่มี ผมว่า Bose ให้เสียงแหลมชัดใสก็จริง แต่มันมีความบาดหูด้วย คือถ้าฟังเสียงสแนร์กลอง เพลงเดียวกัน ผมว่า ความอ่อนหวานของเสียงแหลมจาก OMX 980 ดีกว่าเสียอีกครับ แม้ประเภทหูฟังจะต่างกัน Bose นั้นเป็นแบบ On Ear หรือครอบหู แต่ OMX 980 เป็นแบบ earbud 

เสียงกลาง 10/10

เสียงกลางหรือเสียงร้องนั้น เด่นชัด เพราะดีครับ คนที่ฟังแนวเพลงเสียงคนร้องน่าจะชอบหูฟังตัวนี้ไม่แพ้เสียงแหลมที่ทำออกมาดีมากอยู่แล้ว หูฟังนี้เหมาะกับการฟังเพลงแบบ Vocal แน่นอนครับ 

เสียงทุ้ม 9/10

เสียงทุ้มของหูฟังตัวนี้ ไม่ค่อยขับนัก แต่อาจเป็นเพราะที่เป็น earbud และจากที่ศึกษามา ใช่ครับ หูฟังประเภทนี้เสียงทุ้มหรือเบสจะไม่เด่น แต่ถ้าตั้งใจฟังดีๆ เสียง deep bass จะดีครับ ลุ่มลึก และไม่รุนแรง อ้อ การจัดท่ายัดหูก็มีผล ถ้ายัดแน่นๆ และลึกๆ (ซึ่งก็จะตามมาด้วยการเจ็บหู) จะให้เสียงเบสที่ดีขึ้นไปอีกมิติ

 

ผมอ่านรีวิวของคนอื่น บอกว่ามิติของ OMX 980 กว้าง เหมือนฟังวงดนตรีเล่นทั้งวงตรงหน้า แต่ผมไม่คิดแบบนั้นแฮะ ผมว่าหูฟังแบบ earbud มีข้อจำกัดตรงนี้ มันทำไม่ได้ดีหรอกครับ ถ้าผมไม่เคยฟังหูฟังที่ให้เสียงแยกซ้ายขวา ลึก ตื้น หน้าหลัง เหมือนเครื่องดนตรีลอยไปมาเป็นวงกลมอยู่ตรงหน้า ผมคงฟันธงไม่ได้ว่าหูฟังไม่มีมิติเป็นแบบไหน ผมว่า OMX 980 ไม่ค่อยมีมิติ และคำว่า sound stage กว้าง ที่คนอื่นวิจารณ์ไว้ ผมว่าไม่ค่อยจะถูกเท่าไหร่ แต่ผมไม่ถือเป็นข้อเสีย เพราะมันเป็นจากประเภทหูฟังมากกว่า impact ของเสียงจากลำโพงจะกระทบหูให้เกิด sound stage ได้หรือไม่ได้ มันเป็นข้อจำกัดครับ

ภาพรวม 9.9/10

ผมว่าเป็นหูฟังที่ สมราคา แม้จะแพง แต่ให้เสียงคุ้มเงินครับข้อเสียอันร้ายแรงและข้อควรระวังสำหรับคนจะซื้ออันนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมเอง หูัฟังรุ่นนี้ ห่วงเกี่ยวหูวงพระจันทร์ บอบบาง กรอบ (พลาสติก) มากๆ ใช้ไม่ถึงอาทิตย์ก็แตกแล้วครับ แถมผมโพสถามในมั่นคง เค้าบอกไม่รับประกันนะครับ ส่วนนี้ (รับประกันสองปี แต่ไม่ครอบคลุมห่วงนี้) ดังนั้น ผมจึงใช้กาวซ่อมเองไปเรียบร้อยแล้ว พบว่า ก็เอาอยู่ แต่... อีกไม่กี่วัน มันก็เกิดรอยแตกอีกครับ ก็ติดกาวต่อไป ดังนั้น ใครซื้ัอไปใช้ ต้องทะนุถนอมการครอบหูให้มากๆนะครับ ไม่งั้นได้ติดกาวแล้วติดกาวอีกแบบผม เพราะผมเป็นคนแรงเยอะมั้ง แต่ก็ไม่ได้ทำรุนแรงนะ แค่กดๆ มันก็แตกได้แล้วครับ

ผมว่า สาเหตุที่มันกรอบ เพราะมันเก่าด้วยหรือเปล่า ถึงได้ลดราคาลงมากขนาดนั้น เป็นของที่ค้างอยู่นาน เพราะแพงมาก คนไม่กล้าซื้ัอไปกลัวไม่คุ้น ไปเล่น MX 980 ดีกว่า ถูกกว่ามาก (ตอนนั้น)

ทำให้ตอนนี้ ของที่ขายแบบลดราคาถึงได้กรอบแตกง่ายแบบนี้

 บทสรุป

1. เป็นหูฟังแบบยัดในหูที่แพงที่สุดในชีวิตที่เคยซื้อมา

2. เสียงดี พอใจในเสียงมาก สมแล้วที่เป็นตัว Top of the world

3. วัสดุผิดหวังที่วงคล้องหูแตกง่ายและไม่รับประกัน

4. พกพาลำบากหน่อย เพราะมันมีส่วนคล้องหูเนี่ยแหละ เก็บแบบซกมกๆ ยัดๆ ไม่ได้ กลัวแตกอีก

5. คุ้มค่า (เพราะลดราคาเยอะ)

 

ขอบคุณที่อ่านกันครับ ^_^

Update ครับ

วันที่ 16 ตค ผมไป claim ตัวใหม่จาก sennheiser thailand ได้แล้วครับ ดีใจมากๆ ขอบคุณครับที่ให้ตัวใหม่กับผมนะครับ แบบนี้ต้อง โฆษณาให้หน่อย ->> https://www.facebook.com/Sennheiser.Thailand

Comment

Comment:

Tweet