ทำไม ภาษาไทย จึงเป็นภาษาที่ใช้สมองมากกว่าภาษาอังกฤษ
posted on 18 Jul 2009 16:42 by nhephex in Idea
.
เปิดเอ็นทรี่ด้วยการท้าทายให้คนอ่านสงสัยว่าทำไม ผมจึงคิดว่า เป็นภาษาไทย ที่ใช้สมองในการทำความเข้าใจ มากกว่าภาษาอังกฤษ
ถ้าจะเปรียบเทียบ ภาษาไทยน่าจะเป็นระดับ Advance ทางการทำความเข้าใจ และภาษาอังกฤษ คงเป็นระดับ Basic
1. ภาษาอังกฤษ เวลาเขียน ทุกคำ (word) จะแยกกันเป็นคำๆ คล่องตัวมากในการทำความเข้าใจ เช่น
I Love You ซึ่งแปลว่า ฉันรักเธอ
แต่ในภาษาไทย การเว้นวรรคคำ เกิดเมื่อถึงเวลาอันควร การเขียน ฉันรักเธอ ถ้าจะเขียนแบบภาษาอังกฤษ ก็จะได้ว่า
ฉัน รัก เธอ <= เขียนแบบนี้ อาจารย์ภาษาไทย ยี้แน่นอนครับ เพราะมันผิด! จะอยู่ก็อยู่ในแบบเรียนเด็ก ป.1
ซึ่งเวลาเริ่มต้น ต้องให้เด็ก ทำความเข้าใจ คำแต่ละคำ จึงไม่เน้นความถูกต้องการเว้นวรรค
ผมยังสงสัย ถ้าฝรั่งมาเรียนภาษาไทย เขาจะรู้ได้อย่างไร ว่าการเว้นวรรคจะเกิดขึ้น (เมื่อถึงเวลาอันควร) ได้อย่างไร ยากนะครับ ไม่ใช่ง่ายๆ เพราะเราคนไทย คุ้นเคยอยู่แล้วว่าอะไรควรจบประโยค อะไรควรสาวไปเรื่อยๆโดยไม่เว้นวรรค ฝรั่ง งง แน่นอน
2. ภาษาไทย มี "สระ" และ "วรรณยุกต์" ในการกำหนดเสียง และการวางตำแหน่งของสระ ก็ทำได้ในทิศทาง หน้า หลัง บน ล่าง มีหมด น่ากลัวมากๆ สำหรับภาษาอังกฤษ สระ มีเหมือนกัน (a e i o u) แต่ตำแหน่ง มีแต่ หน้า และหลัง ไม่มีบน และ ล่าง และ ภาษาอังกฤษ ไม่มีวรรณยุกต์ นี่เป็นการบอกกลายๆ ว่าภาษาอังกฤษนั้น การจะออกเสียงแบบไหน มันขึ้นอยู่กับประสบการณ์โดยแท้ การออกเสียง (accent) ในภาษาอังกฤษ จึงมีหลายสำเนียง แล้วแต่ถิ่นฐานของผู้ใช้ แม้แต่ในอเมริกาด้วยกัน สำเนียงชาวเท็กซัส กับสำเนียงชาวนิวยอร์ค ก็ไม่เหมือนกันแล้วครับ ในภาษาไทย ยอมรับว่า มีไทยกลาง ไทยอีสาน ไทยเหนือ ไทยใต้ แต่วรรณยุกต์สามารถแสดงวิธีการอ่านออกเสียงของสำเนียงเหน่อไม่เหน่อ ได้หมด ครบถ้วนกระบวนความ "เมพขิงๆๆ"
3. ภาษาอังกฤษ มีคำยากๆ ที่เอาไว้ออกข้อสอบ GRE, GMAT, TOEFL และอื่นๆ ให้เราต้อง จำ ต้องท่อง ก็จริง แต่ภาษาไทย ก็มีคำศัพท์ยากๆมากมาย ก่ายกอง โดยเฉพาะพวกคำที่ใช้เฉพาะกับพระราชา หรือพระสงฆ์ แค่นี้เราคนไทยน้อยคนนักที่จะรู้จัก ดังนั้นจะอ้างว่าภาษาอังกฤษยากเพราะมีศัพท์ยากๆเยอะ ขอเถียงเลยครับ ผมคิดว่าคำยากๆ ฝรั่งเองบางทีก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันแปลว่าอะไร อย่าว่าแต่เราท่องไปสอบเลย เพราะมันไม่ได้ใช้ประจำวัน เหมือนเราคงไม่เอาคำแปลกๆมาใช้ ในภาษาพูด เช่น มีกี่คนครับ ที่รู้ว่า มุสิก แปลว่า "หนู"
4. หนึ่งคำในภาษาอังกฤษ แตกเป็นหลายๆ คำในภาษาไทย อันนี้ยกตัวอย่างง่ายมาก สมมติว่า ฝรั่ง อยากพูดว่า "กูเกลียดมึง" "เราเกลียดเธอ" "ฉันเกลียดคุณ" "ชั้นเกลียดแก" "กันเกลียดนาย" เขียนเป็นภาษาอังกฤษได้แค่
I HATE YOU. (นอกจากอาจผสมอารมณ์โดยใส่คำ Adjective เช่น เกลียดมากๆ หน่อยก็ I fxxxing hate you)
นั่นแสดงว่า ฝรั่งแสดงอารมณ์ ไม่ใช่ด้วยคำที่มีให้เลือกใช้มากมาย แต่ไปเน้นที่การออกเสียง เช่นถ้าโกรธมากๆ เวลาพูด I hate you ก็อาจตะเบ็งคำว่า hate แรงๆดังๆออกไป แต่ถ้าเป็นคนไทย เวลาจะพูด นอกจากจะเน้นเสียงดังๆแล้ว อีกอย่างที่คนไทยทำได้คือการ เลือกคำที่จะใช้ในการพูด ถ้าเกลียดมากๆ คง "กูเกลียดมึง(โว้ย)"
จะเห็นว่าแค่นี้ ฝรั่งมาเรียนภาษาไทย ก็จะมึนตึ้บแล้ว เพราะนอกจากจะรู้ว่า คำว่าอะไรแปลว่า I แล้ว ยังต้องเลือกด้วยว่า จะใช้ I ในภาษาไทยคำไหน กับเหตุการณ์อะไร เพราะถ้าฝรั่งเปิดตำรา แปลคำไทย I แปลว่า ผม แต่เวลาโกรธ อยากด่าคนไทยแรงๆ ก็อาจจะทำหน้าขึงขัง หน้าเครียด หน้าโกรธ แล้วพูดว่า "ผมเกลียดคุณ" -_-"
5. ภาษาอังกฤษ ไม่มีเพศ แต่ภาษาไทยมีเพศ เช่น คำลงท้ายคำ "ครับ" "คะ" "ค่ะ" หรือ "ผม" ใช้กับผู้ชาย แต่ผู้หญิงไม่ใช่ ฝรั่งมาเรียนภาษาไทย จึงต้องจำวิธีการแยกแยะ เพศ ในคำด้วย (แต่ได้ข่าวว่า ภาษาฝรั่งเศส เหนือกว่านี้ตรงที่ เพศมีในสิ่งของด้วย เช่น การเรียก สิ่งของ มีเป็นเพศชาย เพศหญิง คิดได้ไง -- อันนี้ไม่แน่ใจนะครับ ไม่เคยเรียนภาษาฝรั่งเศส) - (แก้ไข ฝรั่งเศษ เป็น ฝรั่งเศส ขอบคุณ comment ที่แจ้งมาครับ)
ตอนนี้คิดได้ 5 ข้อ เล่นเน็ต GPRS นั่งที่ร้าน Thai Book Tower ด้วยแบตโน้ตบุ้ค (ไม่มี Adaptor) ขอตัวไปก่อนละ
ด้วยความปรารถนาดี ขอให้รู้ว่า ภาษาไทย ยากกว่าภาษาอังกฤษ แน่นอนครับ ดังนั้น "อย่าทำภาษาวิบัตินักเลย ภาษาไทยเรามันโคตรจะเจ๋งอยู่แล้ว จะไปทำลายมันทำไมกันน้อ เด็กยุคใหม่ทั้งหลาย"
อีกอย่าง ผู้หญิงที่พูดกูมึง เหมือนเป็นคำสามัญประจำบ้าน ขอให้รู้ว่า ผู้ชายหลายๆคนที่ผมรู้จัก (รวมทั้งผมด้วย) ไม่รู้สึกดีแต่อย่างไร เพราะมันทำให้ผู้หญิงที่พูด ดูไม่ดีเอามากๆเลยครับ หน้าตาสวยๆ แล้วพูดกูมึงนี่หมดสวยทันที และผู้ชายหลายคนอยากแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่พูดกูมึงนะ (จริงมั้ย!)
สวัสดี
)
แต่ตอนนี้ผมมึนๆกับภาษาอังกฤษ
ก็อย่างว่าเราไม่คุ้น หุๆ
#1 By sansanae on 2009-07-18 17:07