.

หนังสือทำมือฉบับพิเศษ ที่เขียนขึ้นด้วยจิตใจที่มีแต่ความหวาดผวา
ผู้เขียน เดินทางไปเพียงลำพังที่ป่าช้าผีดุที่ชาวบ้านไม่กล้าเยี่ยมกลาย
ป่าช้าที่มีแต่ผีตายโหง ผีไร้ญาติ ผีที่ถูกฆาตรกรรม เอาไปฝัง

ผู้เขียนเดินทางไปยังป่าช้านั้น เพราะต้องการเขียนนิยายด้วยความกลัวจริงๆ
จึงตั้งใจจะเขียนมันด้วยปากกากับสมุดเปล่าเล่มโต ไม่มีอุปกรณ์ไฮเทคใดๆ
ผู้เขียนอยากดำดิ่งไปสู่ความกลัวสุดขีด ได้เจอกับผีหรือไม่ไม่ใช่สิ่งสำคัญ
แต่ที่แน่ๆ การได้กลิ่นซากศพ ที่ไร้คนดูแล และการได้อยู่ในสภาพแวดล้อมนั้น
ย่อมทำให้จิตตกแน่แท้ และมันคงเป็นงานเขียนที่กลั่นออกมาจากความกลัวจริงๆ
ไม่มีการเสแสร้งจินตนาการนั่งเทียนเขียนโดยเด็ดขาด
เพราะผู้เขียนเชื่อว่า งานที่จะทรงพลังได้ ย่อมมาจากจิตใจที่ถูกหล่อหลอมเวลาเขียน

เมื่อเดินทางไปยังป่าช้านั้นเพียงลำพัง ดูเวลาจากนาฬิกาแล้ว คิดว่าเป็นเวลาเที่ยงคืนเศษ
ไม่มีเสียงหมาหอนหรือเสียงผิดปรกติใดๆ ให้ได้ยินได้เห็น ผู้เขียนไม่ได้ดื่มสุรา
ผู้เขียนมีสติเต็มที่ ไม่มีสารกระตุ้นใดๆ ต้องการเพียงความกลัวอย่างแท้จริง
โดยไม่สนใจว่า ถ้าผีสางนางไม้มีจริง และรุมสกัมทำร้ายผู้เขียน ผู้เขียนอาจตายก่อน
โดยไม่สนใจว่า มันจะเป็นผลงานที่ทำออกมาเพื่อให้ได้รับรางวัลหรือได้เงินได้กล่อง
ผู้เขียนเพียงต้องการงานเขียนบริสุทธิที่สร้างขึ้นจากความจริงแท้ของจิต และในภาคนี้
ผู้เขียนต้องการเขียนเรื่องผี และเรื่องความกลัวตายของมนุษย์

สิ่งที่ดูจะเป็นที่พักพิงสำหรับหลับนอน มีเทียนไข ไม้ขีด ให้ผู้เขียนใช้ส่องกระดาษที่เขียน
มันคือ โลงศพล้าง ที่ไม่แน่ใจนักว่าผีอาจออกไปหากิน หรือไม่มีศพแต่แรก
โลงศพนี้ตั้งอยู่กลางป่าช้าเลยทีเดียว ผู้เขียนจึงตัดสินใจแนบร่างกายลงในนั้น
และเริ่มบรรจงเขียนไปมือสั่นไป ด้วยความกลัวที่สุดแสนจะล้นปรี่ไม่มีที่ติ
ผู้เขียน เขียนเรื่องของนางพยาบาล สาวสวยที่ถูกข่มขืนโดยหมอในโรงพยาบาล
และถูกหมอฆ่าหั่นศพเอามาทิ้งที่ป่าช้า ยิ่งเขียนก็ยิ่งกลัว แต่ผู้เขียนก็ยังทำ
งานนี้คืองานบริสุทธิ ที่สุดแล้ว เพราะมันมาจากความกลัวจริง เหมือนจาพนม
ที่เล่นจริง เจ็บจริง ไม่ใช้ลวดสลิง

เมื่อผู้เชียนจรดปากกาเขียนไปได้สองหน้า มีกลิ่นแปลกๆ โชยมาจากนอกโลง
และกลิ่นนี้ก็เข้ามาในจมูกผู้เขียนอย่างจัง

ผู้เขียนสูดกลิ่นนั้นเต็มที่ เพื่อเพิ่มความกลัวสุดขีด ให้กับตัวเองและคิดว่าผีต้องมาแน่ๆ
ในมือจรดปากกา และเขียนสิ่งที่กำลังจะเห็น ผู้เขียนจะบรรยายภาพผีให้ตรงกับที่กำลังจะเห็น
ผู้เขียนอาจหัวใจวายตายก่อนหนังสือนิยายเล่มหนาที่เอาชีวิตเข้าแลกจะเสร็จได้
แต่ผู้เขียนก็ไม่กลัว ถ้างานที่ได้มันบริสุทธิขนาดนั้นจริง ก็คุ้มค่าที่จะทำ

...

หนึ่งเดือนผ่านไป มีคนพบศพผู้เขียน นอนตายในโรงศพทั้งที่ยังกำปากกาแน่น และดวงตาเปิดโพลง
ในสมุดเล่มนั้น ถูกเขียนไปแล้วจนเกือบครบทุกแผ่น และเต็มไปด้วยตัวหนังสือตัวเล็กจิ๋ว
... แต่ไม่มีใครอ่านมันออกเลย หนังสือเล่มนี้จึงไม่ได้รับการตีพิมพ์ใดๆ อย่างน่าเสียดาย!

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

น่ากลัว จัง

แต่ก้ออยากอ่าน

ทำไมไม่มีใครอ่านออก เลย ,,, งงง๊า ๆๆๆ

#1 By Tukky_naja]] on 2009-02-10 14:24

อยากเชยชม ..

#2 By illman on 2009-04-12 18:22