เที่ยวมั่ว โนทัวร์ ที่ฮ่องกง ตอนที่ ๒
posted on 17 Dec 2008 10:42 by nhephex in Travel.
เที่ยวมั่ว โนทัวร์ ที่ฮ่องกง: ตอนที่ ๑ | ตอนที่ ๒
7 ธันวาคม 2005
เกาลูนพาร์ค
เนื่องจากเมื่อวานกลับดึก และเป็นวันเดินทาง วันนี้เลยตื่นไม่เช้าเท่าไหร่ ก็ออกจากบ้านพัก
ลงลิฟต์ เลี้ยวซ้าย เดินๆ แล้วข้ามถนน ไปอีกฝั่ง (ฝั่งนี้จะมีสวนสาธารณะ Kowloon Park ตั้งอยู่)
และผ่านร้านขนมปังยามาซากิ แบบเดียวกับบ้านเรา เลยซื้อขนมปัง กับกาแฟกระป๋องไว้ลองท้อง
แล้วเดินมานั่งทานกันที่หน้าบริเวณสวนสาธารณะเกาลูปาร์ค นั่นแหล่ะ

หลังจากเสร็จสิ้นมื้อเช้าแบบประหยัด พวกเราก็เดินกันต่อ และเหลือบไปเห็นทางเดิน
ขึ้นไปที่สวน Kowloon Park ก็เลยขึ้นบันไดเข้าไปในนั้นและ ถ่ายรูปมาอีกนิดหน่อย
ก่อนจะเดินทางไปท่าเรือ Star Ferry กันต่อ
เดินทางข้ามฝั่งจากเกาลูนไปสู่เกาะฮ่องกง ด้วยเรือชื่อดาว (สตาร์เฟอรี่)
เรือสตาร์เฟอรี่ เสียค่าโดยสารข้ามฝั่ง ประมาณ 2 เหรียญ เป็นเรือที่
ใช้ข้ามฝั่งเกาลูนกับฝั่งเกาะฮ่องกง ตรงทางเข้าท่าเรือ อยู่ติดๆกับทางเข้าห้าง
Harbour City ผมจึงถ่ายรูปเป็นที่ระลึกบริเวณนั้นก่อนจะตีตั๋ว
ข้ามฟาก
เมื่อเข้ามานั่งในเรือแล้ว ก็ได้เห็นถึงบรรยากาศ วิวทะเล ที่ประกอบด้วยตึกสูงๆ มากมาย
คนบนเรือ ไม่แน่น เพราะเป็นวันธรรมดา นักท่องเที่ยวบางตา แต่จะมีคนฮ่องกงบ้างให้เห็น
สังเกตง่ายๆ ถ้าใครเป็นนักท่องเที่ยวก็จะกดกล้องถ่ายรูปกันสนุกสนาน
Stanley Market
เดินทางตามหนังสือท่องเที่ยว ไป Stanley Market โดยนั่งรถบัส
ขึ้นที่สถานี Central ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือเท่าไหร่ แต่เนื่องจากมือใหม่
พวกเราเลยเดินไปเดินมา ขึ้นๆ ลงๆ สถานีรถไฟใต้ดิน MTR อยู่พักใหญ่ กว่าจะหาที่ขึ้นรถบัสพบ
ใจจริง ตอนแรกเรากะจะไปนมัสการ วัดเจ้าแม่กวนอิม ก่อน ถึงจะไป
Stanley Market แต่เนื่องจาก เมื่อถึงป้ายรถบัส สำหรับป้าย
Repulse Bay ที่ตั้งวัด พวกเราดันไม่ลง (เพราะไม่แน่ใจว่าใช่หรือปล่าว)
ทำให้นั่งเลยไปไกล ก็เลยตกลงไป Stanley Market ก่อนก็ได้
หลังจากเดินชมตลาดจนหมดมุข พวกเราไม่ได้ของเลย เพราะเหมือนของขายในประตูน้ำ
ในหนังสือบอกว่า ที่นี่เป็นที่อยู่ของชาวต่างชาติ เราจึงเห็นพวกฝรั่งมาเดินกันพอสมควร
มีร้านขายกาแฟแฟรนไชน์ เดอเลอฟร้อง ด้วยครับ แถบๆนั้น พวกเราเดินมั่วไปมา
จนไปถึงห้าง Stanley Plaza ซึ่งเป็นเวลาบ่ายๆ ก็เลยหาอะไรกินกัน
ในหนังสือเขียนถึงอาหารใน McDonald ฮ่องกง ว่ามีที่ไม่มีขายในไทย
เราก็เลยไปลองชิมกันดู ตามรูปประกอบข้างล่าง
เวทีใกล้ๆกับห้าง มีวงดนตรีจากนักเรียนโรงเรียนนานาชาติ มาเล่นกันให้สนุกสนาน
Repulse Bay ที่ตั้งวัดเจ้าแม่กวนอิม
หลังจากเดินเที่ยวใน Stanley Plaza ซักพักใหญ่
พวกเราก็ไปต่อรถบัสเพื่อเดินทางกลับไปทาง Repulse Bay
ที่ตั้งวัดเจ้าแม่กวนอิมตามหนังสือแนะนำการท่องเที่ยวฮ่องกงที่เราซื้อมา
ลงจากป้ายรถเมล์ มีทางเดินลงหาด วัดจะอยู่ริมทะเล เพราะแต่ก่อน
เป็นวัดที่ชาวบ้านยึดเหนี่ยวใจในการออกทะเล ไม่ให้เกิดอันตราย
(เอามาจากข้อมูลในหนังสือนั่นแล..)
เราเดินลงมาถ่ายรูปริมชายหาดกันก่อน แล้วจึงเดินเรียบทางเดินไปยังวัดเจ้าแม่กวนอิม
ซึ่งตั้งหันหน้าเข้าสู่ทะเล ดูน่าเคารพสักการะ ด้วยรูปปั้นองค์ใหญ่ของเจ้าแม่ ที่ดูเปี่ยมเมตตา
ทำให้มีคนมาสักการะล้นหลามเนืองๆ แม้ว่าวันที่พวกเรามาเยี่ยมชม เป็นวันธรรมดา ก็ตาม
นักท่องเที่ยวที่พบในวันนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นคนจีน ที่ดูแล้วไม่น่าจะเป็นคนฮ่องกง
(คนฮ่องกง คงไม่มาเที่ยวสถานที่แบบนี้บ่อยนักหรอก เพราะเป็นบ้านเมืองตัวเอง
เหมือนเราคงไม่ไปวัดพระแก้วกันบ่อยๆ อาจจะนานๆ ทีในวันเทศกาลสำคัญๆ)
นอกจากนี้ก็มีคนไทยปะปนอยู่ด้วย ได้ยินเสียงคุยกัน (น่าจะเป็นทัวร์)
เดินทางไปสู่ Causeway Bay
หลังจากเดินถ่ายรูป และไหว้สักการะเจ้าแม่กวนอิมเสร็จ
พวกเราก็เดินขึ้นไปยืนรอรถบัส ที่จะพาเรากลับไปสถานี Central
เพื่อจะต่อสายรถคันใหม่ไปเที่ยว ย่าน Causeway Bay ระหว่างรอ
มีกลุ่มเด็กสาววัยรุ่นสามคน น่าจะเรียนมัธยมปลาย หรือมหาลัยปีแรกๆ เดินมารอเหมือนกัน
และแล้ว เด็กสาวคนหนึ่งก็หยิบบุหรี่ขึ้นจุด พร้อมพ่นควันอย่างสบายอารมณ์ไม่สะทกสะท้าน
สภาพของฮ่องกงทุกวันนี้ คลุ้งควันบุหรี่ไปทั่วทุกแห่ง โดยเฉพาะในร้านอาหาร ซึ่งเปิดแอร์ !
เป็นอะไรที่ผมว่า ฮ่องกงยังล้าหลังประเทศไทยอยู่นะครับ แม้ความเจริญทางด้านวัตถุ สิ่งก่อสร้าง
เทคโนโลยี จะเหนือชั้นกว่าไทยมาก แต่ในเรื่องการเปิดรับวัฒนธรรม สิงห์อมควันของเขา
อย่างไม่ค่อยจำกัดจำเขียดแบบนี้ ทำให้ผมมองว่ามันยังต่ำกว่าเมืองไทยมากๆเลย สังเกตได้ว่า
ในรายการทีวี ดาราจะสูบบุหรี่กันได้อย่างสบายอารมณ์ หลายๆฉาก โดยไม่มีการเซ็นเซ่อร์
เหมือนบ้านเราด้วย (บันทึกปี 2005 นะครับ ตอนนี้รู้สึกจะเปลี่ยนไปมาก ล่าสุดปี 2007
ที่ไปมา ก็จะมีการจัดสรรที่สำหรับสูบบุหรี่มากขึ้น)
เรารอ ร้อ รอ นานเชียว เกือบชั่วโมง ไม่มีรถสายที่เราจะไป เราเลยตัดสินใจ
ทะยานขึ้นบนรถบัสท้องถิ่น ที่เขียนป้ายปลายทางว่า Causeway Bay ซะเลย (มั่วอีกละ -_-")
โดยสุ่มทางเดินเอง ว่ายังไงก็คงไปลง Causeway Bay แหล่ะน่า ถ้ายังรอสายที่ตั้งใจ
ฟ้าคงมืดพอดีกว่ารถจะมาจอด (เห็นป้ายบอกว่า มาทุกๆ 40 นาทีเชียว แต่รอเกือบจะชั่วโมงยังไม่เห็นแวว)
จบตอนที่ ๒
ทำไม ภาษาไทย จึงเป็นภาษาที่ใช้สมองมากกว่าภาษาอังกฤษ
5555+
#1 By Dearcool on 2008-12-17 12:45