คนเราย่อมมีกิเลส การละกิเลส ทำให้จิตใจสงบ และสุขใจ แต่บางครั้ง ผมมีคำถามถึงก้นบึ้งในหัวใจ ว่าธรรมชาติสร้างกิเลสให้เราดำรงชีวิตต่อไปในโลกอันประกอบไปด้วย ปัญหานานาประการ ความอยาก ทำให้เราเดินหน้าต่อไป พัฒนาโลกนี้ต่อไป หรือแม้แต่มีความหวังในการที่จะได้ หรือได้เห็นอะไรบางอย่าง หรือเปล่า เคยอ่านสัมภาษ์ของเฉินหลง ไม่แน่ใจว่าถูกต้องหรือเปล่า แต่ประมาณว่า เฉินหลงอยากได้รถเฟอรารี่ แต่เขาไม่ซื้อมาเป็นของตัวเอง ทั้งๆที่ระดับเฉินหลง มีเงินมากพอที่จะซื้อได้อยู่แล้ว เหตุผลที่เขาไม่ซื้อ เพราะเฉินหลงคิดว่า เมื่อซื้อไปแล้ว ความอยากได้ ก็จะหายไป ทำให้เขาไม่รู้สึกถึงความอยากได้ อีก มันก็คือการเก็บรักษากิเลสไว้ ไม่ให้หายไป ตราบใดที่ยังไม่ได้ เราก็ยังคงมีกิเลส
เป็นไปได้หรือเปล่าว่าผมควรเอาวิธีนี้มาใช้กับอะไรอีกหลายอย่างที่ผมอยากได้ อยากมี อยากเป็น อย่างเช่น ตอนนี้ อยากได้ลำโพงสำหรับต่อไอพอดนาโน ยี่ห้อ โลจิเทค รุ่น เพียวไฟ เอ้นี่แวร์ ทู ซึ่งสนนราคาที่ขายในเวบของ แอ๊ปเปิ้ล คือ หนึ่งร้อยยี่สิบเก้าเหรียญ สหรัฐ เมืองไทยยังไม่เห็นมีตัวแทนจำหน่าย มีแต่เวบที่นำเข้ามาขาย ขายอยู่เจ็ดพันกว่าบาท (แพงกว่าเกือบสองเท่า) แต่ก็แปลก เคยสังเกตตัวเอง บางครั้งอยากได้มากเลย แต่พอได้มาแล้ว แทนที่จะกุลีกุจอ ใช้มัน สิ่งที่ทำ กลับเอาไปเก็บไว้บูชา กรณี เกิดมาแล้วหลายครั้งกับพวกหนังสือ หรือเครื่องเล่นเกมส์ หรือแม้แต่ซีดีเพลง และดีวีดีลิขสิทธิ์
ความคุ้มค่า กับราคาที่เสีย อย่างไรเรียกว่าคุ้ม ระหว่าง ซื้อหนังสือมา อ่านมันจนเยิน ไม่รักษา เปิดจนเปื่อย กับ เก็บมันไว้ในตู้ ทะนุถนอมมันอย่างดี แต่ไม่เคยเปิดอ่านเลย เพราะรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่อยากได้ แลกมันมาด้วยน้ำเงิน แล้วก็เอามันไปเก็บรักษาไว้ พอตายไป มันก็ไม่เคยเข้าไปอยู่ในความทรงจำ(เนื้อหา) นอกจาก รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น ?
ทำไม ภาษาไทย จึงเป็นภาษาที่ใช้สมองมากกว่าภาษาอังกฤษ
#1 By mp3 (222.123.41.105) on 2009-07-09 23:48