ผมเพิ่งมีโอกาสได้ดูหนังของคุณต้อม ยุทธเลิศ เรื่อง รัก สาม เศร้า ไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ในรูปแบบดีวีดี รู้สึกว่าคันปาก เลยขอวิจารณ์ตามความรู้สึกของคนดูหนังธรรมดา ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือถูกจ้างมาให้ชม หรือด่า แต่อย่างใด

คือจริงๆ ประเด็นของเรื่อง หนักมาก เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องระหว่าง ความเป็นเพื่อน ความรักแบบชายหญิง และความตาย แม้แต่ประเด็นข่มขืน ก็เอามาใช้ในหนัง แต่ทุกอย่างแปลกมาก เพราะหนังไม่สามารถสร้างอารมณ์ร่วมได้เลย ทั้งๆที่น่าจะทำได้

การพูดกันระหว่างเพื่อนผู้ชายและผู้หญิง ในเรื่องใช้ภาษาแบบ กู มึง อาจเป็นเรื่องจริง เรื่องปกติ ธรรมดา ในมหาวิทยาลัยแห่งนั้น คณะนั้น แต่สำหรับผม ผมรู้สึกว่า การใช้คำพูดในเรื่องนี้ ออกจะขัดความรู้สึกอยู่ จริงๆแล้ว หนังอย่างเพื่อนสนิท ก็เป็นเรื่องของคนที่เรียนศิลปะ แต่เราจะได้ยิน เพื่อนชาย หญิง พูดกันว่า แก ชั้น มากกว่า กู มึง อันนี้เป็นความรู้สึก ขัดๆ

สำหรับนางเอก สองคนในเรื่อง คือ น้ำกับฟ้า ขอพูดถึงน้ำก่อน น้ำเป็นคนที่พระเอกหลงรัก และมีโรค กำลังเจ็บ และรวย คำถามสำหรับผม พ่อแม่เค้าไปไหน ทำไมไม่พยายามดูแลลูกให้หาย หรืออย่างไร มันทำให้เชื่อได้ยาก และไม่สามารถเศร้าไปด้วยได้เลย

ส่วนฟ้า ถูกพี่เอกข่มขืน แถมมีชกหลัง ทำไมไม่ไปแจ้งความ เรื่องแบบนี้ยิ่งทำให้งง พระเอกไม่อยากให้ฟ้าเอาเด็กที่เกิดจากการถูกพี่เอกข่มขืนออกเสีย โดยยอมแต่งงาน เพื่อให้สังคมไม่ว่าฟ้า อันนี้แสดงว่าพระเอกเป็นคนเสียสละและรักเพื่อนมาก แต่ที่ไม่เข้าใจ ไอ้คนอย่างพี่เอกนี่ มีจริงๆหรือ แบบเพื่อนที่ทำงาน มาจีบ พาไปบ้าน แล้วข่มขืน มีทุบด้วย แต่กลับมาทำงานด้วยกันใหม่ ถึงมีฉากแทงดินสอก็เหอะ แต่มันไม่สมจริงอะครับ ดูเหมือนจะไม่ช่วยให้รู้สึกร่วมได้เลย คือในโลกความจริง เหตุการณ์แบบนี้มันรุนแรงมาก ไม่น่าจะมีบทสรุปที่บางขนาดนี้

ข้อสำคัญที่น่าเสียดายที่หนังควรมี คือ ฉากที่สร้างความหนักแน่น ว่าทำไม พายุ (พระเอก) ถึงรักน้ำ และทำไม ฟ้า ถึงรักพายุ ในหนังไม่มีเรื่องพวกนี้ ซึ่งจริงๆแล้วเป็นประเด็นโคตรสำคัญ เอาเลย ก็เลยยิ่งหลวมโครกเข้าไปอีก ผมรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้ทำให้ดีนี่ระดับ master piece ได้เลย แต่คนทำต้องเป็นคนที่สนใจ ใส่ใจ รายละเอียดมากๆ

สุดท้าย เพลงประกอบ ที่เป็นดนตรีประกอบ ที่ใช้เสียง คีย์บอร์ด คลอ นี่ไม่ชอบเลยครับ ดูอ่อนมากๆ ทำไมผู้กำกับไม่หาเพลงประกอบ ที่ให้ความรู้สึก "จริง" มากกว่านี้หว่า เช่น ใช้เครื่องสายจริงๆ ไม่รู้สิ อันนี้มุมมองของผมซึ่งเล่นดนตรี ผมว่า เรื่องเพลงประกอบน่าจะสำคัญมากสำหรับหนังแบบนี้

สรุปว่า ไม่ค่อยปลื้มกับหนังเรื่องนี้เท่าที่ควร แต่มีความเห็นว่าหนังสามารถไปได้ไกลกว่านี้มาก ถ้าผู้กำกับต้อม สามารถดึงรายละเอียด ให้หนักแน่นกว่านี้ครับ

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

big smile

จะรู้สึกดีกับหนังเรื่องนี้


ถ้าได้ดูต่อจากเรื่อง เฟรนชิฟ ค่ะ

#1 By caffeineaddict on 2008-10-13 14:03

แปลว่า friendship จะทำให้ เรื่องนี้ ดูดีขึ้นเลย แปลว่า friendship ไม่สนุกอะดิ

#2 By n h e p h e x on 2008-10-13 14:16

อืม เห็นด้วยค่ะ หนังไทยไปได้ไม่ไกล
เพราะคนสร้างไม่ใส่ใจรายละเอียด

#3 By take the road on 2008-10-15 14:24

รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน
ตอนจบแทนที่จะเศร้า
ทั้งๆที่เราร้องไห้ง่ายมาก
แต่กลับไม่รู้สึกอะไรเลย
แล้วก็เวลาฟังตัวละครพูด กู มึง
มันขัดหูอ่า
ไม่เป็นธรรมชาติ
พยายามหยาบคายมากเกินไป

#4 By ด.ญ.หนอน on 2008-10-18 20:37

แล้วก็มองไม่เห็นถึงความรักที่พายุมีให้น้ำเลย
ดูไม่ค่อยรักกันเท่าไหร่

#5 By ด.ญ.หนอน on 2008-10-18 20:38

ข้อสำคัญที่น่าเสียดายที่หนังควรมี คือ ฉากที่สร้างความหนักแน่น ว่าทำไม พายุ (พระเอก) ถึงรักน้ำ และทำไม ฟ้า ถึงรักพายุ ในหนังไม่มีเรื่องพวกนี้ ซึ่งจริงๆแล้วเป็นประเด็นโคตรสำคัญ เอาเลย ก็เลยยิ่งหลวมโครกเข้าไปอีก ผมรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้ทำให้ดีนี่ระดับ master piece ได้เลย แต่คนทำต้องเป็นคนที่สนใจ ใส่ใจ รายละเอียดมากๆ

=ชอบประโยคนี่ครับ

#6 By แมวหมา (58.8.109.253) on 2008-10-24 15:37

พอดีว่า เราเรียนจบที่มหาลัยนี้ คณะนี้มา แล้วคุ้นเคยกับพฤติกรรม + การใช้ภาษาในเรื่อง มันก็เลยอินมากๆ ค่ะ
เข้าใจว่าคนทั่วๆ ไปคงไม่คุ้น

แต่ก็ เคืองนะ ถึงคุณจะสรุปว่าไม่ชอบ หรืออะไรที่เหตุผลไม่เพียงพอ ก็อยากให้คุณใส่ใจกับสิ่งที่คุณวิจารณ์ด้วย..

ฟ้า คือคนที่ป่วยใกล้ตาย และพายุหลงรัก
ส่วน น้ำ คือคนที่หลงรักพายุ ต่างหาก


แล้วการที่เราจะหลงรักใครหัวปักหัวปำ มันต้องมีเหตุผลมาแสดงเสมอไปเหรอ..
จากในเรื่อง มันเป็นความผูกพันและมิตรภาพที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจนฝังรากลึก เปิดฉากมา คุณก็รู้แล้วว่าพวกเค้าเป็นเพื่อนรักกันมาตั้ง 4 ปีแล้ว และฉากที่ present thesis ก็บอกทุกอย่างแล้วว่าใครให้ความสำคัญกับใคร
จะต้องให้นั่งเท้าความเหมือนละครไทยเหรอคะ

และที่ผู้หญิงถูกข่มขืนไม่แจ้งความน่ะ ไม่แปลกเลย..
การถูกสอบสวนในศาลน่ะ มันเหมือนการโดนข่มขืนซ้ำอีกเป็นร้อยรอบนะ
ยอมรับว่าการแจ้งความน่ะ ควรทำ แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำใจได้นะ

ไม่ได้ปกป้องใครเพราะเป็นรุ่นน้องใคร
แต่นี่คือมุมมองของเรา ที่ดูเรื่องนี้แล้วอินมาก ก็เลยมาแชร์กันค่ะ

#7 By kira (124.120.148.107) on 2009-03-27 14:10

เอหรือผมจำชื่อสลับกัน -_-

#8 By n h e p h e x on 2009-03-27 14:39

ผมเห็นด้วยเรื่องความละเอียด

แจ่ในเรื่องนี้ก็มีหลายอย่างที่คนทำหนังละเอียดทำไม่ได้

#9 By StitcH on 2009-05-13 09:59

แวะมาอ่านย้อนหลัง

ค่อนข้างเห็นด้วย

แต่ใครดูแบบฉาบฉวยก็คงชอบ

คงเข้าข้าง

เป็นธรรมดา


open-mounthed smile open-mounthed smile

#11 By mp3 (222.123.41.105) on 2009-07-09 23:47

เป็นคนนึงที่คุยกับเพื่อนผู้ชายด้วยภาษา กู มึง ล่ะค๊า..
จนผู้ชายไม่กล้าจะจีบ แหะๆ

#12 By LiQuor on 2009-11-12 16:55